Showing posts with label Watch Review. Show all posts
Showing posts with label Watch Review. Show all posts

Saturday, August 6, 2016

Seiko Zimbe Thailand Limited Edition

Seiko ได้ออกนาฬิกา Limited Edition รุ่นใหม่ล่าสุด สำหรับนักสะสมนาฬิกาชาวไทยโดยเฉพาะ ซึ่งก็คือรุ่น Seiko Prospex Zimbe Thailand Limited Edition โดยชื่อว่า ZIMBE นั้นออกเสียงว่า จิมเบ มาจากคำว่า Jinbei Zame (ジンベエザメ) หรือ จินเบ ซาเมะ ซึ่งแปลว่า ฉลามวาฬ  สัตว์ทะเลที่นักดำน้ำอยากพบเจอ เป็นสัตว์ที่มีความสันโดษและเป็นนักเดินทางแห่งท้องทะเล เพราะไม่เคยหยุดว่ายน้ำแม้กระทั่งเวลานอน ด้วยความโดดเด่นของมันจึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการกำเนิดและออกแบบนาฬิกา “ไซโก จิมเบ” (เว็บไซต์รายละเอียดของรุ่นนี้อยู่ที่ http://seikozimbe.com/ )

รูปฉลามวาฬ By User:Zac Wolf (original), en:User:Stefan (cropping) - en:Image:Whale shark Georgia aquarium.jpg, CC 表示-継承 2.5, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=1312499
Seiko ผลิตรุ่นนี้มาในแบบจำกัดเพียง 1,299 เรือน และมีขายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ภายใต้รหัสรุ่น SRPA19K เท่าที่สังเกตดูเห็นว่าทาง Seiko จะทำการตลาดรุ่นนี้ค่อนข้างทั่วถึงจริงๆ ทั้งมีกิจกรรมตามหานาฬิกา ทั้งงานเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ รวมไปถึง Brand Ambassador คนไทยคนแรก และสื่อออนไลน์ต่างๆมากมาย ทำให้นักสะสมนาฬิกาทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ความสนใจรุ่นนี้มาก

ส่วนตัวผมเองตอนแรกไม่ได้สนใจอะไร เพราะ Seiko ทำนาฬิกา Limited ออกมาบ่อยๆ และตัวผมเองก็มีอยู่บ้างแล้ว อยู่มาวันหนึ่ง (31 Jul 2016) มีเพื่อนนักเล่นนาฬิกาชาวต่างชาติถามรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นนี้มา ผมเลยลองหาข้อมูลดู ก็เห็นว่าน่าสนใจดี ตัวเรือนมันเป็นแบบ Seiko สมัยปี 1976 คือจะมีลักษณะเป็นกลมๆมนๆหน่อย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 44mm แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสไปหาดูเรือนจริง

เวลาผ่านไปมีลูกค้าท่านหนึ่งส่งรูปมาให้ เป็นรูปนาฬิกาที่ใส่กับสาย Nato  ซึ่งนาฬิกานั้นก็คือนาฬิการุ่น Seiko Zimbe ที่ผมสนใจอยู่นั่นเอง พอเห็นรูปแล้วรู้สึกว่ามันสวยดีจัง ตามรูปข้างล่างนี้แหละครับ ใส่กับ Nato สีเทาแล้วเข้าดีจัง ผมเอารูปไปโพสต์ใน IG ก็มีชาวต่างชาติสนใจถามถึงอยู่เหมือนกัน ลอง Google ดูก็เห็นเว็บบอร์ดนาฬิกาในต่างประเทศพูดถึงอยู่เหมือนกัน

Seiko Zimbe กับสาย Nato สีเทาของแท้จากอังกฤษ รูปโดยคุณ Teacher Birth
มาถึงเย็นวานนี้ (5 Aug 2016) ผมได้เดินผ่านบู๊ทขายนาฬิกา Seiko (โดยตั้งใจ) และก็เห็นเจ้า Seiko Zimbe วางอยู่เรือนนึง จึงขอเค้าจับดูเรือนจริงซักหน่อยว่ามันเป็นยังไง พอจับดูมันมีน้ำหนักดี หน้าตาสวยงามอย่างที่คิด ผมจึงรีบสู่ขอเจ้า Seiko Zimbe กลับบ้านมาเลย จะได้ไม่ต้องค้างคาใจทีหลัง

Booth ขาย Seiko ในห้าง
กลับมาถึงบ้านแกะกล่องลองทาบดูเทียบขนาดกับ Rolex Deepsea ก็รู้สึกว่าไม่ใหญ่เท่านะครับ ทั้งๆที่บอกว่าขนาด 44mm เท่าๆกัน คงเป็นเพราะ Rolex มีขอบสีดำที่หนาและกว้างเท่ากับตัวเรือน จึงดูใหญ่กว่า
Quick Shot : Rolex Deepsea กับ Seiko Zimbe
วันนี้เพิ่งมีโอกาสเอานาฬิกาออกมาเล่นและถ่ายรูป เลยเอาความเห็นมาลง Blog ไว้ครับ

Seiko Zimbe มุมเท่ๆ
ใน Blog นี้ไม่ได้ตั้งใจมารีวิวนาฬิกาเต็มๆครับ เป็นเพียงการแสดงความรู้สึกต่อนาฬิกามากกว่า เรื่องความเที่ยงตรงอะไร โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไหร่ เพราะนาฬิการะดับนี้ถ้าวันนึงเดินไม่เพี้ยนไปเป็นนาทีก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว (สำหรับผมนะครับ) ดังนั้นการซื้อนาฬิกาครั้งนี้ผมเน้นที่หน้าตานาฬิกาเป็นหลักเลยครับ

Seiko Zimbe หน้าตรง
เมื่อเห็นนาฬิกาครั้งแรกสิ่งที่รู้สึกว่าไม่เข้าพวกที่สุดน่าจะเป็น Cyclop  (เลนส์ขยายวันกับวันที่) บนกระจก Sapphire ซึ่งอันนี้ก็มีคนบ่นในเว็บต่างประเทศอยู่เหมือนกัน แต่ก็ช่วยไม่ได้มันมีมาแบบนี้ จะไม่เอาก็คงไม่ได้ :) แต่กระจก Sapphire ก็ใสดีครับ

Seiko Zimbe มาพร้อมหน้าปัดสีเทา มีการใช้สีส้มตัดเพื่อความเท่ โดยจะมีการใช้สีส้มบนเข็มวินาที, ขีดแสดงชั่วโมงที่ขอบ และ คำว่า LIMITED EDITION ดูแล้วก็ตัดกันดี สีแบบนี้ชอบเป็นการส่วนตัวครับ ส่วน Markers บอกเวลาบนหน้าปัดมีขนาดใหญ่ นูนขึ้นมา มีขอบเงาๆ มองเวลาได้ชัดเจน ดูงานหน้าปัดแล้วทำได้ดีมีมิติ แต่งานพิมพ์ตัวอักษรยังไม่ดีเท่ากับนาฬิกา Swiss ราคาหลักแสน แต่ก็ดีมากแล้วสำหรับนาฬิกา Seiko

เข็มนาฬิกาดูเหมาะสมกับหนัาปัดและMarkersดี ขนาดอ้วนเห็นชัด มีพรายน้ำด้วย อันนี้ไม่มีความเห็นอะไรเป็นพิเศษ

Seiko Zimbe อีกมุม
 ตัวเรือนทรง Vintage Seiko ที่กลมๆเหมือนหลังเต่า (รู้สึกว่าจะมีรุ่นก่อนหน้านี้ที่เรียกว่ารุ่น Turtle) ขานาฬิกาไม่ได้ยื่นออกมาทื่อๆเหมือนรุ่นอื่นๆ แต่มันรับเข้ากับความโค้งของตัวเรือนไปเลย ผมมีความชอบตัวเรือนทรงนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นาฬิกาที่มีอยู่ตอนนี้ก็มีตัวเรือนทรงนี้อยู่หลายเรือนเหมือนกัน ผิวด้านบนของตัวเรือนเป็นผิวลักษณะด้านเหมือนพ่นทราย ซึ่งก็รู้สึกสวยดี ไม่เงาโดดเด่นมาก ส่วนผิวด้านล่างไปถึงด้านหลังของตัวเรือนเป็นแบบเงา ซึ่งถ้าถอดวางไม่ระวังส่วนนี้น่าจะเป็นรอยได้ง่าย

ขอบ Bezel หมุนทางเดียวสำหรับจับเวลาดำน้ำมีจุดพรายน้ำอยู่ที่ตำแหน่ง 60 นาที มีตัวเลขสีดำบอกเวลาไว้ตำแหน่งละ 10 นาที วัสดุเป็นโลหะทำผิวเหมือนด้านแต่ไม่ด้านนะครับ หมุนได้ง่าย ลื่นดี คลิกไม่ดังมาก เมื่อเทียบกับ Seiko เรือนอื่นที่ผมมี อันนี้หมุนง่ายที่สุด แต่มีจุดด้อยคือ มันไม่หนึบ คือเมื่อหมุนทวนเข็มนาฬิกาไปแล้วมันมีระยะที่สามารถหมุนตามเข็มนาฬิกาขยับกลับมาได้พอสมควรเลย

พูดถึงเครื่องซักหน่อยก็แล้วกันครับ รุ่นนี้ใช้เครื่อง 4R36 (รายละเอียดอ่านได้ที่เว็บนี้ Seiko 4R36 Family ครับ) ซึ่งโดยสรุปเป็นเครื่องที่เดินด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ไขลานด้วยมือได้ เข็มวินาทีหยุดตอนตั้งเวลา (Hacking second) บอกวันในสัปดาห์ และ วันที่ เนื่องจากเดินด้วยความถี่ค่อนไปทางต่ำ ทำให้เข็มเดินไม่เรียบเท่ากับพวกนาฬิกา Swiss ที่ใช้เครื่อง ETA-2824 ซึ่งทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง แต่ก็ได้อารมณ์นาฬิกาแนว Vintage ที่มักจะเดินด้วยความถี่ต่ำกันอยู่แล้ว

มาถึงเรื่องสาย Seiko Zimbe ใช้สายขนาด 22mm สายที่ติดมาพร้อมกับนาฬิกาเลยเป็นสายเหล็ก และมีสายยางสีเทาแถมมาในกล่องอีกเส้น สายเหล็กนั้นมีน้ำหนักดี การถอดใส่ข้อ ยังคงเป็นการตอกสลักออกมา จึงทำให้การตัดสายนั้นต้องอาศัยร้านนาฬิกาทำให้ หรือ ไม่ก็ต้องมีเครื่องมือสำหรับตอกสลักสายออกมา ผมไม่ได้ให้ทางร้านตัดสายให้ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะใส่สายเหล็กอยู่แล้ว ตัวล๊อคสายก็เป็นแบบของ Seiko ปกติ อันนี้ส่วนตัวรู้สึกว่านาฬิการาคาสองหมื่นกว่าบาทน่าจะทำสายกับตัวล๊อคได้ดีกว่านี้ แต่มันก็ล๊อคแน่นดีครับ
ส่วนสายยางสีเทานั้น นิ่มดีครับ ไม่ใช่พวกสายดำน้ำแข็งๆของ Seiko ทั่วๆไป ไม่แน่ใจว่าเป็น Silicone หรือยางธรรมชาติ สำหรับคนชอบเปลี่ยนสายนาฬิกาอย่างผม นาฬิกาเรือนนี้มีสายให้เล่นมากมายเลยครับ

ปัจจัยอีกอย่างที่ทำให้ผมตัดสินใจซื้อได้ไม่ยากคือความที่มันเป็น Limited Edition ผลิตมาเพียง 1,299 เรือน และมันก็ขายแต่ในประเทศไทยเท่านั้น คือหน้าตามันถูกใจแล้ว ถ้าไม่รีบซื้อเดี๋ยวมันจะหมดซะก่อน ถ้ามันเป็นรุ่นผลิตปกติ อาจจะยังไม่ซื้อเพราะคงคิดว่าค่อยไปซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ (คำว่า Limited Edition นี่มันมีพลังจริงๆ แหะๆ )

สรุปโดยรวมแล้ว เหมือนกับติไปซะเยอะ แต่ความจริงสิ่งที่ติคือผมไปเทียบกับนาฬิการาคาสูงกว่ามาก นั่นคือในระดับราคานี้ (23,600 บาท) มันเป็นนาฬิกาที่สวยและดีคุ้มราคา ส่วนตัวแล้วชอบมากครับ
ทั้งหมดนี้ก็เป็นความเห็นส่วนตัวจากการจับ Seiko Zimbe มาไม่กี่ชั่วโมง ยังไม่ได้เอามาใส่ใช้งานจริงจังครับ

Punkky@watchkzy
6 Aug 2016

Seiko Zimbe บนข้อมือผมเองครับ

Saturday, May 16, 2015

Review: Steinhart Ocean 44

รีวิวนาฬิกาดำน้ำตัวเรือนขนาด 44mm จาก Steinhart ซึ่งก็คือรุ่น Ocean 44 นั่นเอง

นาฬิกาดำน้ำไซต์ใหญ่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 44mm ความใหญ่ไม่แพ้ Rolex Deep Sea ขอบหมุนหรือ Bezel นั้นเป็น Sapphire เจ๋งมากในเรื่องกันรอย ไม่ต้องใช้ Ceramics นับเป็นการออกแบบที่ชาญฉลาด เพื่อให้ราคาไม่สูงมาก หน้าตาดุดันคมเข้มมากครับ ด้วยความแน่นหนาที่กันน้ำได้ถึง 300m บวกกับกระจก Sapphire ที่กันรอยขีดข่วน ทำให้นาฬิกาเรือนนี้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างยิ่ง ท่านที่กำลังหานาฬิกาที่ดูบึกบึนใหญ่ๆ ผมก็ขอแนะนำรุ่นนี้เลยครับ

สอบถามได้ทาง Line ID: watchkzy หรือ Facebook , http://facebook.com/watchkzy


มาพร้อมกล่องหนังและคู่มือ รับประกัน 2 ปี จากผู้ผลิตโดยตรง ทางเราเป็นตัวแทนจำหน่ายดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องบริการหลังขายครับ

ข้อมูลทางเทคนิค
กลไก : ETA 2824-2 Swiss Made, automatic,จำนวนทับทิม 25 เม็ด บอกวันที่ ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
เข็มชั่วโมง-นาที: สีขาว เรืองแสงเป็นที่น้ำเงิน Super Luminova BGW9
ตัวเรือน: stainless steel
ฝาหลัง: stainless steel แบบขันเกลียว พร้อมสลักชื่อรุ่นอย่างสวยงาม
ขอบ Bezel: Sapphire Crystal
ขนาด: 44 mm ไม่รวมเม็ดมะยม
ความหนา: 13.6 mm
น้ำหนัก: 205 g
หน้าปัด: สีดำด้าน
Crystal: Sapphire
ความกว้างของสาย: 22 mm
การกันน้ำ: 300m, 30ATM
สาย: สาย Stainless Steel ตันๆ ปรับขนาดโดยใช้ไขควงถอดข้อสาย ไม่ใช่เป็นสลักตอกโป้กๆครับ

Friday, May 8, 2015

Review: Steinhart Triton Military Bronze

Review: Steinhart Triton Military Bronze

Steinhart Triton Military Bonze นาฬิกา Diver's Watch ตัวเรือน Bronze ขนาดตัวเรือน 45mm แน่นหนา กันน้ำได้ระดับ 300m ขอบเป็น Stainless Steel ชุบ DLC มี scale สำหรับจับเวลา ตามแบบนาฬิกาดำน้ำชั้นดีครับ ราคา 37,000 บาท รายละเอียดเกี่ยวกับนาฬิกาดูได้ที่ http://www.watchkzy.com/steinhart-triton-military-bronze.html สนใจสอบถามหรือสั่งซื้อ Line ID: watchkzy  หรือ โทรสอบถามได้ที่ 0818269069 ครับ
ช่วงเดือน พ.ค. 2558 แถมสายตามในรูปครับ
Triton Military Bronze ซื้อตอนนี้แถมสายมูลค่า 4,700 บาท

Saturday, March 1, 2014

ประวัตินาฬิกา Panerai (PAM)

ประวัติ โดยย่อของ Panerai
Officine Panerai หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า PAM เป็นนาฬิกาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่นักเล่นนาฬิกาทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ด้วยเหตุที่ว่าหน้าตามีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แต่อย่างไรก็ตามด้วยหน้าตาอย่างเดียวคงไม่ทำให้มันดังขึ้นมาได้ขนาดนี้
จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเอง นาฬิกาที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องได้นานๆนั้น ต้องมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ ลองดูนาฬิกายี่ห้อดังๆที่เรารู้จัก ไม่ว่าจะเป็น Rolex, Patek หรือ Seiko, Casio ล้วนมีจุดเด่นในประวัติศาสตร์ของตัวเอง

สำหรับ Panerai ก็เช่นกัน ผมคิดว่ามาถึงจุดนี้ได้เพราะมันมีประวัติ เราก็ลองมาดูประวัติเค้าสักนิด (ประวัติของ Panerai นี้ผมสรุปความมาจากหนังสือ PANERAI Style Book II  ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น ถ้า Copy ไป กรุณาให้เครดิตด้วยนะครับ)
โฉมหน้า Giovanni Panerai ผู้ก่อตั้ง Panerai

ย้อน ไปในปี 1860 Giovanni Panerai (มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1825-1897) ได้สร้างร้านนาฬิกาขึ้นมาชื่อ Orologeria G.Panerai&Co.ในเมืองฟลอเรนซ์ประเทศอิตาลี โดย Giovanni นั้นถือว่าเป็นผู้ก่อตั้ง Panerai ขึ้นมา ถึงแม้ว่าขณะนั้นยังไม่มีนาฬิกาเป็นของตัวเอง  นาฬิกาที่ขายอยู่ในร้านเป็นนาฬิกาชั้นนำจากสวิส และด้วยฝีมือในการซ่อมสร้างนาฬิกาของ Giovanni ทำให้ร้านเค้ามีชื่อเสียงมากในวงการนาฬิกาของอิตาลี ถึงขนาดสร้างเป็นโรงเรียนนาฬิกาแห่งแรกของฟลอเรนซ์เลยทีเดียว ซึ่งร้านนาฬิกาแห่งนี้ก็ตกทอดไปถึงลูกชายของเค้าชื่อว่า Leon Francesco แต่กว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับร้านนาฬิกาแห่งนี้ก็ต้องใช้เวลา ประมาณ 30 ปี คือในปี 1890 ลูกชายของ ​Leon Francesco ซึ่งก็คือ Guido  Panerai เปลี่ยนชื่อร้านเป็น Orologeria  Svizzera และเค้ามองว่าถ้าอยากจะทำธุรกิจด้านนาฬิกานั้นต้องเป็นนาฬิกาจากสวิสเท่า นั้นจึงได้ทำการตลาดอย่างหนักหน่วง โดยติดต่อเป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกายี่ห้อดังของสวิส ไม่ว่าจะเป็น Rolex, Vacheron, Longines, Patek Phillipe ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาของร้านในเรื่องฝีมือทำให้ร้าน Orologeria  Svizzera ขายนาฬิกาดีเป็นเทน้ำเทท่า
Guido Panerai หลานของ Giovanni
จาก การเป็นนักธุรกิจที่ไม่หยุดยั้ง Guido จึงได้ทำการขยายกิจการไปทำอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเครื่องมือต่างๆที่เป็นกลไก เช่น เครื่องมือวัดความลึก เข็มทิศ ซึ่งก็นับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Panerai ได้มีคอนเนคชั่นกับกองทัพเรืออิตาลีที่เรียกว่า Marina Militare  นั่นเอง และต่อมา PANERAI ก็ได้เป็นผู้จัดทำเครื่องมือเหล่านี้ส่งให้กับกองทัพเรืออย่างเป็นทางการ

ระหว่าง นั้นก็เกิดเหตุการณ์หลาย อย่างเช่น การย้ายร้านไปอยู่อีกถนนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่น่าสนใจจำเท่าไหร่ มาดูเนื้อที่สำคัญๆดีกว่า คือในปี 1936 นั้นทางกองทัพเรืออยากได้นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำหรือมนุษย์กบ (frogman) ซึ่งนาฬิกานี้ต้องใช้งานได้จริงใต้น้ำ ก็คืออ่านเวลาได้จริงๆแม้ในที่ไม่มีแสง และกันน้ำได้ดีๆ ซึ่งก็มีนาฬิกาหลายยี่ห้อส่งเข้าไปทดสอบแต่ก็ไม่มีใครผ่านการทดสอบนั้น กองทัพเรือเลยขอให้ ทาง ​Panerai  ทำนาฬิกาอย่างที่ต้องการหน่อย ซึ่ง Panerai ก็ได้สร้าง Radiomir รุ่นแรกออกมาคือรุ่น 3646 ซึ่งก็มีหลายรูปแบบ ซึ่งในรูปแบบหนึ่งก็มีหน้าตาดังในรูปนี้แหละครับ ซึ่งนาฬิการุ่นนี้ก็ผ่านการทดสอบทุกอย่างด้วยดี อย่างที่บอกไปแล้วว่า Panerai เค้าทำเครื่องมือเป็นหลักมาก่อน ดังนั้นนาฬิการุ่นนี้จึงใช้กลไกรวมทั้งเม็ดมะยมและฝาหลังจาก Rolex
ซึ่ง Panerai เองก็ผลิตนาฬิการุ่น PAM 249 ขึ้นมาย้อนยุคไปถึง Radiomir รุ่นแรกที่มีหน้าปัดแบบ California และ จำนวนผลิต 1936 เรือนก็มาจากปีที่ออกรุ่นนี้มาเป็นครั้งแรกนั่นเอง
Panerai รุ่นปี 1936 (California Dial)
จาก นั้นอีกสองปี ในปี 1938  Panerai  ก็ได้ผลิตนาฬิกา Radiomir ส่งให้กองทัพเรืออิตาลีอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็มีหน้าตาดังรูปข้างล่างนี้ ซึ่งมันก็เป็นตัวต้นแบบของ PAM 232 นั่นเอง 
Panerai รุ่นปี 1938

ปัจจุบัน Officine Panerai อยู่ภายใต้ Richmond Group  และผลิตนาฬิกาปีนึงเพียงไม่มากรุ่นละไม่เกิน 3000 เรือน ซึ่งการผลิตจำนวนน้อยก็มีส่วนทำให้นาฬิกา Panerai แทบทุกรุ่นขายดีมากเพราะว่ามีจำนวนน้อยนั่นเอง

โดยสรุปแล้ว Panerai มีชื่อเสียงขึ้นมาจากการทำนาฬิกาส่งให้กองทัพ ในสมัยสงครามโลก ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของมวลมนุษยชาติ แม้ว่าสงครามมันจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี ไม่มีใครต้องการ แต่ในแง่ของประวัติศาสตร์ยังไงก็ไม่สามารถลบออกไปได้

โดยส่วนตัว ผมคิดว่านาฬิกาที่เกี่ยวกับกองทัพมักจะได้รับความนิยมมากกว่าปรกติ อาจจะเป็นเพราะว่าคนอาจจะเชื่อถือว่า นาฬิกาที่ในในกิจการทหาร ต้องเป็นนาฬิกาที่ดี มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ใช้งานไปแล้วจะพังง่ายๆ กองทัพจึงเลือกมาใช้งาน

จุดเด่นอย่างหนึ่งของนาฬิกา Panerai คือเจ้าของสามารถเปลี่ยนสายได้ด้วยตัวเอง เพราะจะมาพร้อมกับไขควงและสายสำรองอีกหนึ่งเส้น ด้วยเหตุนี้เองจึงมีผู้ผลิตสายนาฬิกา Panerai ออกมาขายมากมาย ราคาหลักพันจนถึงหลักหมื่น

ส่วนร้านขายสาย Panerai ร้านขายสาย PAM ที่ดีๆบน Internet ในเมืองไทย ก็คือร้านผมเอง แหะๆ ขอโฆษณาหน่อยนะครับ ร้าน WatchKzy.com

Tuesday, December 31, 2013

รีวิว เร็วๆ Panerai PAM 532 "Paneristi Forever" : Quick Review

สำหรับคนที่ชอบ/บ้า Panerai เค้าเรียกกันว่า "Paneristi" คนพวกนี้มีที่รวมกลุ่มอยู่ที่ Paneristi.com ซึ่งเป็นแหล่งรวมความรู้และเรื่องราวเกี่ยวกับ Panerai ที่นับว่าใหญ่ที่สุดบน Internet ที่ผ่านมาทางบริษัท Panerai เองก็ให้การสนับสนุนเว็บแห่งนั้นด้วยการสร้าง Panerai รุ่นพิเศษสำหรับ Paneristi.com มาแล้ว 2 รุ่น คือ PAM 195 ซึ่งตัวเรือนชุบดำ DLC หน้าตาเหมือน PAM 5  (แต่ PAM 195 ออกมาก่อน PAM 5 ) ทำออกมาเพียง 200 เรือน และรุ่นต่อมาคือ PAM 360 ตัวเรือนชุบดำ DLC เช่นกัน หน้าตาก็แนวๆ PAM 0 ลองหารูปดูกันครับ รุ่นนี้ทำออกมา 300 เรือน 

และเมื่อปี 2013 ทาง Panerai ได้ทำรุ่นใหม่สำหรับ Paneristi ขึ้นมาอีกครั้ง คือรุ่น PAM 532 เป็นการผลิตแบบจำกัด (Limited) 500 เรือน ตัวเรือนขนาด 47mm เป็นแบบ 1940 case  ผมเองชอบตัวเรือนแบบ 1940 มานานแล้ว แต่ที่ผ่านมา Panerai ทำมาแบบขาดๆเกินๆ เช่นรุ่น PAM 512 ก็ทำมาเรือนเล็กตัวเรือน 42mm เอง ส่วนขนาด 47mm ก็คือ PAM 514 ก็มีวันที่มาด้วย ซึ่งมันผิดไปจากประวัติศาสตร์ และดูไม่สวย ส่วนรุ่นที่ไม่มีวันที่ก็ราคาสูงและทำมาน้อยมา (PAM 399, PAM 398)  พอมาเจอ PAM 532 ผมจึงไม่รอช้าที่จะสอยมาประดับกรุในทันที ซึ่งก็สวยถูกใจมากครับ 

เท่าที่อ่านความเห็นจากเว็บ บางคนบอกว่ารุ่นนี้มัน "เยอะ" ไป อัดอะไรมาหลายอย่างเกินไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนชุบดำ DLC , หน้าปัดมีตอร์ปิโด (PIG Dial), พรายน้ำสี Vintage ออกส้มๆ, กลไก P. 3000 ไขลาน 3 วัน และการสลัก "PANERISTI FOREVER" ที่ฝาหลังเค้าว่าเวอร์เกิน แต่สำหรับผมแล้ว สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้กวนใจเลย 
  • ตัวเรือน DLC สีดำทำให้ดูไม่เด่น และมองดูจะเรือนเล็กกว่าความเป็นจริง ทำให้มันดูขรึมๆ ไม่กระโตกกระตาก แถมยังเป็นรอยยากด้วย
  • PIG Dial นั้นถ้าไม่มองดีๆก็มองไม่เห็นครับ ผมรู้สึกมันเป็น Gimmick ที่ดี ไม่โดดเด่นมากแบบว่า "ดูชั้นสิ เจ๋งมั้ยล่า.." 
  • พรายน้ำ Vintage ยิ่งตอกย้ำความ Vintage ได้ดี แม้ว่ามันจะไม่สว่างมากเท่ากับ PAM เรือนอื่นๆที่ผมมี
  • PANERISTI FOREVER ที่ฝาหลัง ผมก็คิดว่ามัน "เจ๋ง" ดี ไม่รู้สึกว่ามันจะ "เวอร์" ตรงไหน ต้องถอดนาฬิกาออกจากข้อมือ แล้วพลิกหลังดูถึงจะเห็น แหมหากินกับ Panerai มาตั้งนานแล้วขอหน่อยเหอะ
  • กลไก P. 3000 ก็ดีแล้ว ไขลานลื่นดีครับ ราคาขนาดนี้ใส่ UNITAS มา เดี๋ยวคนก็ด่าอีก
สายที่มากับ PAM 532 เป็นสาย Assolutamente ขนาด 26/22mm ผมซึ่งผมว่ามันไม่ค่อยจะเข้ากับนาฬิกาเท่าไหร่ และแน่นอนว่า พ่อค้าขายสายนาฬิกาอย่างผมคงไม่ใส่สายเดิมที่มากับนาฬิกาแน่นอน ผมจึงงัด Gunny Caitlin 2 26/26mm มาเข้าคู่กับ PAM 532 ซึ่งก็ดูเข้ากันดี


Panerai PAM 532 "Paneristi Forever"
รีวิว Panerai PAM 532 "Paneristi Forever"
รีวิว Panerai PAM 532 "Paneristi Forever"
Panerai PAM 532 "Paneristi Forever"
Panerai PAM 532 "Paneristi Forever" uses springbar to attach strap
Panerai PAM 532 "Paneristi Forever" ใช้ springbars ในการยึดสาย
Panerai PAM 532 มีสลัก "PANERISTI FOREVER" ที่ฝาหลัง
PIG Dial on PAM 532
ริวิวชัดๆ หนัาปัด ตอร์ปิโด หรือ PIG Dial บน PAM 532
พอดีรีบเอานาฬิกามาใส่ ไม่ได้ถ่ายรูปกล่องไว้ รุ่นนี้มาพร้อมกล่อง Special Edition แบบใหม่ คือฝาบนเป็นกระจก โชว์ให้เห็นนาฬิกาข้างใน ซึ่งอันนี้คนก็ด่าเยอะเหมือนกัน ผมก็เห็นด้วย (กับที่ด่ากัน) คือกล่องมันใหญ่ และคนที่มีรุ่นนี้น่าจะมีนาฬิกาหลายเรือนแล้ว คงจะเอานาฬิกาไปเก็บกับกล่องรวมหรือไม่ก็ในเซฟอยู่แล้ว ดังนั้นการทำกล่องที่มีกระจกด้านบน ไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่ แต่ก็ไม่เป็นไร เค้าทำมายังไงก็ต้องรับตามนั้นครับ

สรุปผมชอบ PAM 532 มาก ตอนนี้ใส่ติดข้อมือเลย เอาไว้ถ้ามีเวลาจะรีวิวยาวๆอีกทีครับ

Saturday, November 16, 2013

ทำให้ Sony SmartWatch 2 เตือนเป็นภาษาไทย

เนื้อหานี้ตัดตอนมาจากรีวิว Sony SmartWatch 2  ครับ

 Sony SmartWatch 2 กับภาษาไทย

หลังจากได้นาฬิกามา ผมก็เพิ่งรู้ว่า App มาตรฐานจาก SONY เช่น Facebook, SMS, Mail ไม่รองรับภาษาไทย !!!  คืออ่านภาษาไทยไม่ได้ครับ อะไรที่เป็นภาษาไทยจะกลายเป็น ????? ทั้งหมด ซึ่งภาษาไทยนั้นสามารถอ่านได้ไม่มีปัญหาใน SmartWatch รุ่น 1 แต่รุ่น 2 กลับอ่านภาษาไทยไม่ได้ พอได้เห็นจุดอ่อนตรงนี้ ครั้งแรกผมรู้สึกเสียอารมณ์มากๆ เหมือนโดนหลอกเลย เพราะการที่นาฬิกาแสดงข้อความ ????? มันถือว่าใช้งานไม่ได้ กลายเป็นนาฬิกาธรรมดา แถมที่แย่คือมันดันเตือนโน่นนี่นั่นตลอดเวลาแต่เป็น ??? ยิ่งหงุดหงิดไปใหญ่ ไม่รู้ใครส่งอะไรมาบ้าง ต้องไปหยิบโทรศัพท์มาดู ทำให้เสียอารมณ์จนแทบจะโยนมันทิ้งเลยครับ เรื่องนี้ทำเอาเซ็งไปหลายวันเลยครับ

Facebook Notification ที่อ่านไม่ออกว่าคนส่งอะไรมา สร้างความหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง
Facebook Notification ที่อ่านไม่ออกว่าคนส่งอะไรมา สร้างความหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง
อ้อ..นอกจาก Facebook จะแสดงภาษาไทยไม่ได้แล้ว การเตือนของ Facebook App ก็มั่วมากๆ เพื่อนบางคนโพสต์ มันเตือน บางคนโพสต์มันไม่เตือน ซึ่งความจริงมันไม่ควรเตือนเลยด้วยซ้ำ มันควรจะเตือนเฉพาะที่ต้องเตือนจริงๆ เช่นเพื่อนส่งข้อมา หรือมีคนมา Comment รูปเราอะไรประมาณนี้

Sony SmartWatch 2 อ่านภาษาไทยบน Facebook ไม่ได้ (แต่ความจริงทำได้)
พอแตะที่ข้อความเพื่อจะอ่านรายละเอียด ก็เห็นเป็น ????? เต็มไปหมด
หลังจากนั้นผมก็ค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหา ภาษาไทยบน SW2 มาตลอด และก็พบว่า ยังมีอีกหลายภาษาก็อ่านไม่ได้ครับ อย่างเช่นภาษาอาหรับ ซึ่งมีคนถามใน Support Forum ของ SONY ว่าทำไมอ่านไม่ได้ และก็มีคนจาก Sony บอกว่า ไม่ได้เป็นปัญหาของอุปกรณ์ (คนมีปัญหาคือพวกคุณที่ดันไม่ใช้ภาษาอังกฤษ --อันนี้ผมคิดเอง)  อ่านแล้วรู้สึก "เงิบ" และรู้สึก "แย่" กับ SONY มากๆ



Sony Support ออกมาบอกว่าการอ่านภาษาอาหรับไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดพลาดอะไร แต่เป็นการตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก (กระทู้เต็มอยู่ที่ Arabic  language does not appear in the smartwatch 2)

ผมถอดใจและคิดว่าคงต้องรอ updae firmware ถึงจะแก้ได้ ก็คอยหาข้อมูล update firmware แต่ก็มีคนบอกมาว่า SONY ไม่เคย update อะไรให้กับ LiveView และก็ SmartWatch รุ่นแรกเลย ดังนั้นไม่ต้องหวังว่า SONY จะมี update อะไรให้กับ SW2 โอ้ว...แต่ผมก็ไม่ละความพยายาม ก็ลองหาวิธีต่างๆที่จะแสดงภาษาไทยบน SW2 โดยทำ App ขึ้นมาเอง ซึ่งก็สามารถทำได้ครับ และก็ได้ความรู้มาว่า Notification API ของ SONY นั้นมีปัญหากับภาษาไทย ดังนั้นถ้าเขียน App โดยไม่ใช้ API ของ SONY ก็จะสามารถแสดงภาษาไทยบน SW2ได้

Sony SmartWatch 2 แสดงภาษาไทย
SW2 สามารถแสดงผลภาษาไทยได้ เพียงแต่ App ของ Sony ทำมาไม่ดีจึงไม่แสดงภาษาไทย



Sony SmartWatch 2 แสดงภาษาไทย
แสดงตัวอักษรภาษาไทยได้หลายขนาด
แต่...การที่จะทำ App อ่าน facebook บน SW2 นี่ไม่ใช้เรื่องง่าย ถ้าทำได้คงรวยไปแล้ว อย่ากระนั้นเลย ลองหาดู App ที่คนอื่นทำไว้แล้วซิว่ามีอันไหนที่ พอจะเข้าท่าบ้าง ขอแค่ไม่ใช่ API ของ SONY มันจะแสดงตัวหนังสือออกมาเป็นภาษาไทยได้ ซึ่งผมก็ไปพบกับ App อันหนึ่งคือ Augmented Smartwatch Pro (http://augmentedtraffic.wordpress.com/ โหลดได้จาก Play Store) ราคา 209 บาท ($6.76) ดูหน้าตาโอเค การแสดงข้อความเตือน เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใช้ API ของ SONY ผมจึงกดซื้อมาใช้ดู และก็พบว่าสวรรค์มีจริง ! มันทำให้ SW2 ของผมฉลาดขึ้นอย่างทันที! ข้อความเตือนต่างๆแสดงภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอื่นๆได้อย่างถูกต้องสวยงาม นอกจากเรื่องแสดงภาษาไทยแล้ว App ตัวนี้มีประโยชน์มากๆ ใครที่มี SW2 แม้จะไม่สนใจว่าต้องการใช้ภาษาไทย ก็ควรจะต้องมี App นี้ไว้ในเครื่องครับ

Sony SmartWatch 2 แสดงภาษาไทยใน Facebook
ใช้ Augmented SmartWatch Pro แล้วชีวิตก็ดีขึ้น ในรูปเป็น Facebook Messenger Notification

Augmented Smartwatch Pro

App ตัวนี้เป็นสุดยอดแห่ง SW2 App ครับ ทาง SONY ควรให้ทุนคนทำสัก $1M ครับ ความสามารถของมันเท่าที่ผมใช้งานมีดังนี้ (จริงๆมีมากกว่านี้อีก)

  1.  แสดงการเตือนออกมาเป็นภาษาไทยได้ 100% ให้ SONY SmartWatch2 อ่านภาษาไทยได้ครับ
  2.  โดยปกติจะมี App สำหรับเตือนแยกๆกันไปเช่นจะให้เตือนว่ามีคนส่ง Line ก็ต้องไปหา App เฉพาะการเตือน Line ซึ่งมักจะไม่ฟรี แต่ Augmented Smartwatch Pro สามารถเลือกได้ว่าให้ส่งแสดงการเตือนของ App ไหนในโทรศัพท์ให้มาแสดงที่ SW2 นั่นคือถ้าเราเลือกว่าให้แจ้งเตือน Line ถ้ามีคนส่ง Line มา ข้อความทาง Line ข้อความนั้นก็จะถูกแสดงออกมาที่ SW2 โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องกดปุ่มเพื่อดูเลย เค้าเรียกว่า Hand Free ซึ่งสามารถทำแบบนี้ได้กับทุก App ที่ลงอยู่ในโทรศัพท์เราครับ สุดยอดมากครับ
  3. แสดงข้อมูลต่างๆออกบนจอเล็กๆได้สวยงาม ผมชอบที่มันมีตัวหนังสือเล็กๆเต็มจอไปหมด
Sony SmartWatch 2 แสดงภาษาไทยใน Line
มี คนส่งข้อความมาที่ LINE ก็จะมาโผล่ที่ SW2 อันนี้เจ๋งมาก บางทีนั่งทำงานอยู่ ก็จะได้ไม่ต้องไปหยิบโทรศัพท์มาดู (เวลาเตือน มันจะสั่น)
Sony SmartWatch 2 แสดงภาษาไทยใน Mail
Mail Notification มีคนส่งเมล์มา หัวข้อเมล์ กับเนื้อหานิดนึงก็จะมาแสดงที่ SW2 มีการสั่นเตือนด้วย
ผมจะหาโอกาสเขียนอธิบายการใช้งาน Augmented SmartWatch Pro ในโอกาสต่อไปครับ

Augmented SmartWatch Pro - เป็น App ที่ทำให้โทรศัพท์ส่งการแจ้งเตือนทุกอย่างไปยัง SW2 ได้ และการแจ้งเตือนที่ออกจาก App Augmented SmartWatch Proนี้ก็รองรับภาษาไทย และภาษาอื่นๆได้เป็นอย่างดี

App นี้ไม่ได้ทำให้ระบบภายใน SW2 เปลี่ยนเป็นภาษาไทยนะครับ App facebook หรือ App อื่นๆที่มาจาก Sony หรือผู้พัฒนาอื่นๆ ที่แสดงผลภาษาไทยเป็น ??? ก็ยังคงแสดงผลเป็น ??? อยู่ต่อไปนะครับ

นอกจากนั้นทางตัวผมเองเขียนบทความเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อเผยแพร่สิ่งที่ผมพบเจอมา โดยไม่ได้มีผลประโยชน์อันใดจากผู้พัฒนา App นี้ ดังนั้น ถ้าท่านมีปัญหาในการใช้ App นี้ กรุณาสอบถามไปยังผู้พัฒนาโดยตรงครับ
==== เพิ่มเมื่อ 5 Dec 2013 ===
ลิงค์ไปยัง การตั้งค่าต่างๆของ Augmented SmartWatch Pro

Wednesday, February 8, 2012

Steinhart รุ่นใหม่ Aviation Black DLC

ช่วงนี้มีนาฬิกาเรือนสีดำ พรายน้ำสีเหลือง แบบโบราณออกมามากมายหลายยี่ห้อเลย Panerai, Bell&Ross , IWC ก็มีกับเค้า
สำหรับ Steinhart นั้นไม่ใช่จะเป็นผู้ตามเลยซะทีเดียว เพราะรุ่นที่ตัวเรือนสีดำพรายน้ำเหลืองนั้นเค้าเคยออกรุ่น Limited มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน มาคราวนี้ดูลงตัวมากขึ้น เพราะใช้กลไกแบบขั้นลานอัตโนมัติ (Automatic) ทำให้หยิบใส่ใช้งานง่าย ไม่ต้องคอยไขลาน ใช้สายขนาด 24mm ดังนั้นเปลี่ยนสายแบบ PAM ได้แบบไม่ีข้อจำกัดเลยครับ ส่วนตัวผมชอบเรือนนี้มากครับ หน้าปัดแบบมาตรวัดในห้องนักบิน ของเครื่องบินสมัยโบราณ

หน้าตาสวยดุดันดีจริงๆครับ


ราคาไม่แพงคุ้มค่ามากๆครับ ใส่แล้วมีแต่คนถามแน่ๆว่านาฬิกาอะไรสวยจัง สนใจซื้อได้ที่ ร้านขายนาฬิกา (WatchKzy.com)

Tuesday, June 8, 2010

รีวิว Laco Black Pilot's Watch Limited Edition 50 เรือน

รีวิว Laco Black Pilot’s Watch Limited Edition  สุดยอดนาฬิกานักบินจากผู้จากเยอรมันผู้ซึ่งผลิตนาฬิกาส่งกองทัพเยอรมันสมัยสงครามโลกครั้งที่สองอย่างแท้จริง



Laco เป็นนาฬิกาเยอรมันที่มีประวัติยาวนานประมาณ 85  ปี ( ก่อตั้งในปี 1925) มีความโดดเด่นในเรื่องการผลิตนาฬิกาส่งกองทัพอากาศของเยอรมันในสมัย สงครามโลกครั้งที่สอง โดยนาฬิกาเหล่านี้จัดเป็นยุทธภัณฑ์ นาฬิกาที่ใช้ในกองทัพจึงไม่มียี่ห้อบนหน้าปัดแต่มีการสลัก FL23883  ไว้ที่ข้างตัวเรือน บางครั้งก็สลักที่ด้านในของฝาหลัง


ตัวเรือนขนาดใหญ่ 55mm สำหรับ Laco รุ่นดั้งเดิม ที่ใช้่ในกองทัพ


ฝาหลังด้านในสลักรายละเอียดต่างๆ และ FL23883 คือหมายเลขประจำนาฬิกานักบิน

นาฬิกา สำหรับนักบินรบนั้นมีชื่อเป็นภาษาเยอรมันคือ Beobachtungsuhren หรือย่อว่า B-Uhren  สำหรับผู้ผลิตนาฬิกาที่ได้รับเลือกให้ผลิตนาฬิกาส่งกองทัพเยอรมันมีเพียง 5 รายเท่านั้น คือ A.Lange & Sohne, International Watch Company, Laco, Stowa และ Wempe ( http://www.calibremagazine.com/node/305 ) อย่างที่ทราบกันว่า Lange และ IWC  นั้นราคาสูงมาก ส่วน Wempe นั้นก็ไม่ได้ผลิตนาฬิกานักบินแล้ว ราคานาฬิกาของยี่ห้อนี้ก็สูงลิ่วเช่นกัน ส่วน Stowa นั้นราคายังอยู่ในช่วงที่เอื้อมถึงแต่การซื้อก็ทำได้ยากเพราะว่าไม่มีร้าน ค้าตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ยังมีเหลือก็แต่ Laco เท่านั้นที่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย และตอนนี้ก็ได้ผลิตรุ่นพิเศษคือ Laco Black Pilot’s Watch ผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนในโลกเท่านั้น
จึงถือโอกาสนี้นำมารีวิวถึงรายละเอียดกันครับ

ตัวเรือนและเม็ดมะยม
ตัว เรือนของ Laco Black Pilot นั้นสร้างจาก Stainless Steel 316L ผ่านการชุบแข็งแบบ PVD เป็นสีดำ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42mm แต่เนื่องจากเป็นสีดำอาจจะทำให้ดูไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับนาฬิกาขนาดเดียวกัน ตัวเรือนได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้แตกต่างจากตัวเรือนรุ่นอื่นๆของ Laco  โดยเฉพาะที่ขาหรือ Lug ของนาฬิกาได้ทำการออกแบบให้โค้งรับกับข้อมือมากขึ้น (รุ่นอื่นๆขาจะเป็นตรงๆ ทำให้ใส่แล้วกางถ้าข้อมือเล็กครับ) ขนาดความกว้างระหว่างขา 20mm ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐาน ทำให้สามารถหาสายเปลี่ยนได้ง่าย รวมถึงถ้าต้องการใส่กับสาย Nato  ก็ใส่ได้สบายมาก ได้่อารมณ์ทหาร สำหรับเม็ดมะยมนั้นไม่ได้เป็นแบบขันเกลียวเนื่องจากว่าไม่ใช่นาฬิกาดำน้ำ การกันน้ำอยู่ที่ 50m ซึ่งหมายถึงใส่ล้างมือหรือโดนฝนได้ แต่ไม่ถึงขนาดเอาไปแช่น้ำได้


ตัวเรือนขนาด 42mm


เปรียบเทียบขนาดกับ Panerai ขนาด 44mm


ด้านข้างตัวเรือน


Lug โค้ง มีขนาด 20mm


ใส่กับสายนาฬิโต้ก็สวยดีเหมือนกัน

กระจก
กระจก Shappire ป้องกันรอยขูดขีดได้ดี มีการเคลือบกันแสงสะท้อนระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีแสงสะท้อนอยู่บ้างเล็กน้อย

หน้าปัด
หน้าปัดของนาฬิกานักบินจะมีสองแบบคือ Type A และ Type B :
Type A  จะมีเครื่องหมายสามเหลี่ยมและจุดสองจุดแสดงตำแหน่ง 12 นาฬิกา และมีตัวเลขกำกับที่ตำแหน่งชั่วโมง เพื่อให้อ่านเวลาได้ง่าย หน้าปัดแบบนี้ผลิตในช่วงปี 1940-1941


หน้าปัด Type A ใน Laco รุ่น Bangkok Limited

Type B จะมีวงสองวงซ้อนกันโดยวงเล็กด้านในแสดงชั่วโมง และวงใหญ่ด้านนอกแสดงนาที ซึ่งหน้าปัดแบบ Type B นี้อ่านเวลาได้ง่ายจริงๆครับ เพราะเข็มสั้นจะชี้ตัวเลขชั่วโมง และ ชี้ตัวเลขนาทีเลย หน้าปัดแบบนี้ผลิตตั้งแต่ปี 1941 เพื่อใช้แทนหน้าปัดแบบ Type A


หน้าปัด Type B ใน Laco Black Pilot’s watch

สำหรับ Laco Black Pilot นั้นเป็นหน้าปัดแบบ Type B จึงทำให้อ่านเวลาได้ง่าย และได้เพิ่มช่องวันที่เพื่อช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถใช้งานนาฬิกานี้ในชีวิต ประจำวันได้ง่ายขึ้น
พรายน้ำแบบ Superluminova บนหน้าปัดมีไว้เพื่อช่วยให้มองเห็นในที่มีแสงน้อยได้ดี เนื่องจากขีดพรายน้ำมีขนาดผอม ความสว่างของพรายน้ำจึงอาจจะสู้พวกที่เป็นนาฬิกาดำน้ำที่ีมีพื้นที่พรายน้ำ ขนาดใหญ่ได้


พรายน้ำสว่างระดับหนึ่ง


เปรียบเทียบกับนาฬิการุ่นอื่นๆ

กลไก
Laco Black Pilot ใช้กลไกแบบขึ้นลานอัตโนมัตหรือ Automatic มาตรฐานจาก SWISS รุ่น ETA 2824-2 เก็บพลังงานได้ประมาณ 42 ชั่วโมงเมื่อขึ้นลานเต็ม ความเที่ยงตรงอยู่ในระดับทั่วไป แต่ก็ไม่ได้วัดว่าวันหนึ่งผิดพลาดไปกี่วินาที เท่าที่ใช้งานดูก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะเดินช้าหรือเร็วมากมายนักครับ แน่นอนว่าการใช้กลไกจาก SWISS ทำให้เชื่อถือได้ถึงประสิทธิภาพ และไม่ต้องห่วงว่าเวลาเสียแล้วจะซ่อมไม่ได้

ฝาหลัง
ฝาหลัง เป็น Stainless Steel มีสลักรูปนักบินใส่หมวกนักบินสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ขอบด้านนอกสลักตัวเลขแสดงถึงการผลิตจำนวนจำกัด และ MADE IN GERMANY



สายหนัง
สาย หนังวัวผลิตพิเศษมีรูระบายอากาศด้วย ไม่เคยเห็นสายแบบนี้ใช้ในยี่ห้ออื่นครับ นอกจากสายสีดำที่ติดมากับตัวเรือนแล้ว ในกล่องยังมีสายสีน้ำตาลแถมมาด้วยอีกเส้นหนึ่ง เพื่อให้สลับกันใส่ให้เข้ากับการแต่งกายหรือว่าจะเปลี่ยนสายเพื่อเปลี่ยน อารมณ์ของนาฬิกาก็ได้ สายทั้งสองเส้นมี buckle รมดำติดมาด้วยเลย จึงทำให้ไม่ต้องถอดเปลี่ยน buckle เวลาเปลี่ยนสาย


สายหนังมีรูระบายอากาศด้วย


สายสำรองสีน้ำตาล

กล่องหนัง
นาฬิกา Laco Black Pilot มาในกล่องหนังยาว สีดำ ใช้ซิปในการเปิดปิด ภายในกล่องมีคู่มือการใช้งานนาฬิกา และ สายสำรอง



สรุป
Laco Black Pilot’s Watch นั้นได้ผลิตจากผู้ผลิตที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับการบินอย่างแท้จริง โดยมีการเพิ่มความพิเศษคือ ตัวเรือนแบบรมดำ PVD และ วันที่ เพื่อให้ใช่ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นความพิเศษที่สุดคือ มีเพียง 50 เรือนในโลก ด้วยราคาตั้งที่ 32500 บาท คงหานาฬิกาที่ผลิตน้อยขนาดนี้และมีราคาเพียงเท่านี้ไม่ได้อีกแล้วครับ ท่านที่มองหานาฬิกานักบินแท้ๆจากเยอรมันก็ไม่ควรมองข้ามนาฬิการุ่นนี้ไปครับ ตอนนี้ยังมีเหลืออยู่บ้าง สนใจก็สั่งซื้อได้ที่ WatchKzy.com : a Laco Distributor
แต่อีกไม่นานนี้จะมีการประมูลเริ่มราคา 1  บาทที่ Watchkan.com กรุณาติดตาม facebook ของ WatchKan   เพื่อจะได้รับข่าวก่อนใครครับ


[เพิ่มเติม ณ วันที่ 19 ก.พ. 2556 : WatchKzy.com ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่าย Laco แล้ว และ Hroyy.com ได้เปลี่ยนชื่อเป็น WatchKan.com]



Specification
ตัวเรือน: Stainless Steel 316L เคลือบแข็งสีดำ PVD ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42mm ตัวเรือนแบบใหม่ Laco ไม่เคยทำมาก่อน
กระจกหน้าปัด: เป็น Sapphire Crystal
หน้าปัด: แยก วงแสดงเลขชั่วโมง กับ เลขนาที ออกจากกัน ทำให้ดูเวลาง่าย และพรายน้ำเป็น Superluminova ทำให้สามารถอ่านเวลาได้ชัดเจนในสภาวะแสงน้อย พร้อมช่องแสดงวันที่
กลไก: เป็นกลไก SWISS MADE ขึ้นลานอัตโนมัติ (Automatic)รุ่น ETA 2824-2
การกันน้ำ: 50m
สาย: สายหนังอย่างดีสองชุด สีดำ และ สีน้ำตาล มีช่องระบายอากาศ ไม่ให้อับชื้น
อื่นๆ: เม็ดมะยมขนาดใหญ่ และกล่องหนังพิเศษ

ข้อมูลและรูปภาพโดย punkky เจ้าของเว็บไซต์ http://www.watchkzy.com เนื้อหาโพสต์ครั้งแรกที่ ริวิวนาฬิกานักบิน  แห่งเว็บซื้อขายนาฬิกา วอชคัน.คอม